
รับฟังข่าวแล้วเศร้าใจมาก โครงการดีๆ สำหรับประเทศ ที่จะต้องถูก Freeze ผมอยากถามหน่อยว่า หากไม่มี TCDC แล้ว คุณๆ ผู้มีอำนาจ จะช่วยให้สินค้าหรือบริการของคนไทย เพิ่มมูลค่าในสายตาของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ อย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร

รับฟังข่าวแล้วเศร้าใจมาก โครงการดีๆ สำหรับประเทศ ที่จะต้องถูก Freeze ผมอยากถามหน่อยว่า หากไม่มี TCDC แล้ว คุณๆ ผู้มีอำนาจ จะช่วยให้สินค้าหรือบริการของคนไทย เพิ่มมูลค่าในสายตาของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ อย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร
53 ความเห็น
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 5:22 pm
รู้สึกเหมือนกันเลยค่ะ ไม่อยากให้ TCDC หายไปเลย จริงๆ แล้วคนไทยมีความสามารถในด้านการออกแบบมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วนะคะ แต่ไม่มีองค์กรไหนที่ส่งเสริมอย่างจริงจัง พอจะมีก็คือ TCDC ขึ้นมาบ้าง ก็ดีใจจริงๆ ค่ะที่จะมีองค์กรที่มาสนับสนุนในเรื่องนี้ แล้วทำไมอยู่ดีๆ เขาถึงจะมา Freeze ไม่เข้าใจจริงๆ ค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็สู้ๆ นะคะ คิดว่าสักวันคงถึงวันของเราอีกครั้ง
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 5:32 pm
ใจหายเหมือนกันกับข่าว เพราะส่วนตัวรู้สึกภูมิใจและ ดีใจที่เรามีสถานที่ดีๆ ให้เราได้เข้าไปเปิดหูเปิดตาสัมผัสโลกแห่งศิลปะ ถ้าวันนี้มันหายไป คงเหมือนเราต้องเดินถอยหลังไปเริ่มนับ 1 ใหม่ …น่าเสียดายจัง
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 5:32 pm
เศร้าๆๆๆ อย่างแรง เอา TCDC ของหนูคืนมา (จะได้ไหมคะ) หนูจะได้มีศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ชั้นยอด มีเซียนชั้นเยี่ยมเป็นคุณครู ขอได้ไหมคะ ขอ TCDC ยังอยู่แล้วช่วยทำให้หนู Idea บรรเจิด ผลงานบังเกิดถึงขั้น Gointer ได้ไหมคะ
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 6:03 pm
เสียดายมากเลยคะ ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เลย คิดอะไรกันอยู่เนี้ยะ หลายโปรเจคแล้วนะ so เซ็งจริงๆ บ่นก้อไม่ได้อะไรขึ้นมา แค่อยากฝากให้คิดกันบ้าง
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 6:14 pm
TCDC จะตายได้อย่างไร
- – - – - – - – - – - – - – - – -
“If you have not been TCDC lately, you may want to visit it before it will be closed down by the government. It seems like Design and Creativity are no longer in the vision of the people who try to find a way to run this country. Spread the news if you want to support TCDC and somehow, make this world a little better place.”
“หากคุณยังไม่เคยไป TCDC อาจต้องรีบแล้ว ก่อนที่มันจะถูกรัฐบาลปิด เพราะดูเหมือนเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบจะไม่ได้อยู่ในวิสัยทัศน์ของคนที่กุมอนาคตประเทศนี้ ถ้าต้องการสนับสนุน TCDC ต่อไป ช่วยกันกระจายข่าวนี้ ช่วยกันสร้างพื้นที่ดีๆ แม้เพียงส่วนเล็กๆ ในโลกนี้”
นี่เป็นข้อความที่ส่งต่อกันทาง SMS ในแวดวงของนักออกแบบ นักโฆษณา สถาปนิก สร้างกระแสให้คนเมืองตกใจได้ว่า หรือ TCDC กำลังตกเป็นเหยื่อทางการเมือง เหมือนกรณีการล้างบางสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากอดีตนายกฯ ทักษิณ
000
TCDC – ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ มีความโดดเด่นที่เป็นที่รู้จัก ด้วยเป็นแหล่งเรียนรู้ใจกลางเมือง ที่มีห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ มีการจัดอบรมในประเด็นที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ และยังมีสื่อนิทรรศการสำคัญๆ บ่อยครั้งที่ TCDC เป็นตัวกลางประสานเอานิทรรศการจากต่างประเทศ เข้ามาจัดแสดงที่ศูนย์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรี่ยม ถ.สุขุมวิท
ก่อนที่จะเกิดรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน ที่ผ่านมา TCDC ทำงานภายใต้ “สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้: สบร.” หรือ Office of Knowledge Management and Development: OKMD ซึ่งสังกัดอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ภายใต้ OKMD มี 7 หน่วยงาน ซึ่งนอกจาก TCDC ยังมีหน่วยงานอื่นๆ อาทิ อุทยานการเรียนรู้แห่งชาติ: TK park, สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ฯลฯ โดยมี พันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวเรือใหญ่ พอหลังรัฐประหาร คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งให้ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ เข้ามากำกับดูแล OKMD
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ในงานระดมความคิดเรื่อง “บทบาท TCDC กับสังคมไทย” ผู้จัดงานกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการระดมความคิดไว้ว่า ต้องการวางแผนงานสำหรับอนาคตในปี 2551 ที่จะมาถึง โดยตั้งประเด็นการคุยไว้สามประเด็นหลัก คือ บทบาทและหน้าที่ – Goal, การบริการ – Service, และการบริหารความรู้ – Content
องค์ประกอบของผู้คนที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น มาจากสาขาอาชีพต่างๆ อาทิ สถาปนิก นักโฆษณา ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักออกแบบอุตสาหกรรม และนักเรียนนักศึกษาบางส่วน
ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ หรือแทบจะเรียกได้ว่าเกือบทั้งหมด ย้ำว่า เห็นประโยชน์และคุณค่าของการก่อเกิดองค์กรที่มีแนวคิดสนับสนุนเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบอย่าง TCDC โดยเฉพาะเมื่อเกิดกระแสที่ว่า TCDC จะถูกปิด แรงสนับสนุนนี้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่น่าแปลกใจ
อย่างไรก็ดี การระดมความเห็นครั้งนี้ มีข้อเสนอต่อการวางแนวทางในอนาคตของ TCDC ที่น่าสนใจ
000
TCDC กับความใกล้ชิดผู้คน
โดยแนวคิดเริ่มต้นของ TCDC ที่เชื่อว่า ความคิดสร้างสรรค์คือแรงขับเคลื่อนสำคัญของทุกสิ่งทุกอย่าง แต่การดำเนินงานที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์ TCDC ว่า เป็นที่เฉพาะกลุ่มสำหรับคนเพียงไม่กี่วิชาชีพ เช่น สถาปนิก ดีไซนเนอร์ นักโฆษณา และยังเป็นที่เฉพาะของคนที่ใช้วิถีชีวิตหรูหรา เพราะหากจะใช้บริการ TCDC ให้เต็มที่ ก็ต้องจ่ายค่าสมาชิก เช่น ค่าสมาชิกห้องสมุดที่ประชาชนทั่วไปต้องเสียค่าสมาชิก ขั้นต่ำปีละ 1,200 บาท
อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ สถาปนิก และอาจารย์พิเศษ กล่าวว่า เรากำลังก่อตั้งสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการวิชาชีพ ที่ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มใหญ่น้อยไปหรือไม่
ทั้งนี้ เขาเห็นว่าเป็นเรื่องดีสำหรับการจัดตั้งองค์กรเช่นนี้ขึ้นมา สำหรับ 3 วิชาชีพและสถาบันการศึกษา แต่เป้าหมายต่อไปต้องขยาย ไม่ใช่แค่กลุ่มวิชาชีพด้วยกัน นั่นคือ ถ้าสังคมจะพัฒนา ต้องพัฒนาไปด้วยกันระหว่างเรากับลูกค้า
วีร์ วีรพร นักออกแบบอิสระ และอาจารย์พิเศษ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ กล่าวว่า “มันจะดีกว่าถ้าที่นี่ เป็นมากกว่าที่ที่นักออกแบบมารวมตัวกัน”
ทั้งนี้ เขาเล่าจากประสบการณ์ของลูกศิษย์บางส่วน ซึ่งอยู่นอกวงการการออกแบบ และมีทัศนคติต่อ TCDC ว่า คนจำนวนหนึ่งยังมองว่า คนที่เดินทางมา TCDC ก็คือกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตแบบหนึ่ง เดินทางด้วยรถไฟฟ้า แต่งกายด้วยเครื่องประดับจัดๆ ทานอาหารใน Food Court ขณะที่ลูกศิษย์บางคนทานอาหารข้างถนน เฟอร์นิเจอร์ที่นี่มันดีมากสำหรับนักออกแบบ แต่เมื่อคุยกับคนนอกวงการมันคือการใช้เงินลงทุนมหาศาลโดยที่คนไม่เข้าใจ
วีร์ เห็นว่า ขณะนี้ สถานที่นี้มีอยู่แล้วก็มีต่อไป แต่อยากเสนอให้ TCDC เป็นที่ที่คนทั่วไปกล้าเข้ามาได้มากขึ้น หากสถานที่ดูน่ากลัวแล้วมันจะเป็นกำแพง นอกจากนี้ กิจกรรมที่มี ก็น่าจะประชาสัมพันธ์ไปยังคนนอกวงการด้วย
นายฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท HARN PRODUCT จำกัด และรองนายกสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ กล่าวว่า อยากให้คิดว่า ในฐานะผู้ให้บริการนั้น TCDC กำลังทำอะไรอยู่ คือ เราอยู่เอ็มโพเรี่ยม ก็อย่าไปคิดที่จะสนองคนที่อยู่ที่ลำลูกกา หรือจะให้ป้าจากต่างจังหวัดมานั้นเขาก็ไม่มาอยู่แล้ว เขาเห็นว่า TCDC น่าจะทำหน้าที่ของเราให้ดี ผู้ให้บริการต้องคิดถึงผู้รับบริการว่าเราอยู่ไหน แล้วปรับสินค้าและบริการให้เหมาะสมมากกว่าทำงานสำเร็จรูป แต่คือการต่อยอดความรู้
ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day แสดงความคิดเห็นว่า TCDC ทำหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลได้อย่างดีมาก แต่กับคนนอกเอง หลายคนคงยังตั้งคำถามว่า งาน design ที่ดี จะนำมาสู่ยอดขายที่ดี และความมั่งคั่งของประเทศจริงหรือเปล่า
“บทบาทของศูนย์ นอกจากงานเชิงข้อมูลแล้ว งานเชิงรุก ประเภทงานวิจัย ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ” ทรงกลดกล่าวว่า TCDC น่าจะมีโครงการสักอย่างที่พิสูจน์ว่า งานดีไซน์จะสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ เช่น อาจจะมีโครงการที่ดึงเอา ‘ผลิตภัณฑ์บ้านๆ’ มาผนวกกับงานออกแบบเพื่อให้เห็นว่า การออกแบบได้สร้าง ‘มูลค่าเพิ่ม’ อย่างไร มันจะเป็นตัวอย่างที่ดีว่า งานออกแบบมีความจำเป็นกับชีวิตอย่างไร
ทองดี ศรีกุลศศิธร รองกรรมการผู้จัดการบริษัท C.A.S. Paper จำกัด กล่าวว่า เขามีความรู้สึกว่า นักออกแบบทุกวันนี้ไม่ได้คิดไปถึงอนาคต และที่ผ่านมา หลายกรณี เราแพ้ตัวเอง ผู้ผลิตไทยยังนิยมที่จะตาม แต่ขาดความคิดที่เป็นของตัวเอง
เขาพูดถึงกรณีที่สำคัญว่า เรารู้หรือไม่ว่า กระดาษที่เราใช้กันอยู่นั้น บางชนิดมีส่วนผสมของสารเคมีที่ตกค้าง ซึ่งท้ายที่สุดจะกลายเป็นขยะพิษ เพราะขณะที่เกษตรกรต้องรู้กฎ FDA (Food and Drug Administration) แต่นักออกแบบอาจจะไม่รู้กฎระหว่างประเทศเหล่านี้ บางทีออกแบบชิ้นงานไปสวยงามแต่งานถูกตีกลับเพราะหีบห่อ เช่น เราส่งมะม่วงออกไปที่ญี่ปุ่น แต่ถูกตีกลับเพราะไม่ผ่านที่หีบห่อ (packaging)
เขาเห็นว่า สิ่งที่อยากให้ TCDC ทำเพิ่ม คือการร่วมกับองค์กรอื่นๆ เช่น อาจตั้งเป็นศูนย์มาตรฐานการพิมพ์ไทย ที่ทำงานเรื่อง Packaging ทั้งหมด
ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิค และนักออกแบบ ผู้มีส่วนกำหนดแนวทางของ TCDC มาตั้งแต่แรก กล่าวว่า จริงๆ TCDC เป็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ (Creative and Design) มันไม่ใช่เรื่องการออกแบบ (Design) อย่างเดียว มันเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ และต้องการสร้างคน จริงๆ ไมได้ตั้งใจจะมาสนับสนุนดีไซนเนอร์ให้มาทำมาหากิน
เขากล่าวว่า ที่ผ่านมา ภาครัฐไม่ได้มีนโยบายในการสร้างคนจริงจัง คือมีลงไปในระบบการศึกษา มีการสนับสนุนเป็นโครงการย่อยต่างๆ แต่ไม่มียุทธศาสตร์หลักที่จะมาทำให้คนไทยฉลาด นี่คือวัตถุประสงค์ ต้องเข้าใจก่อน แล้วมันไม่ใช่เรื่องดีไซน์อย่างเดียว เป็นเรื่องของครีเอทีฟ
“ดังนั้น มันกินความค่อนข้างกว้าง และวัตถุประสงค์คือต้องการให้คนไทยฉลาดขึ้น” ดวงฤทธิ์กล่าว
ดวงฤทธิ์กล่าวต่อว่า ตอนแรก TCDC มีองค์ประกอบเยอะกว่านี้ มีทั้งห้องสมุดที่เราเห็น มีนิทรรศการ ทั้งหมดเป็นเรื่องขั้นตอนการเรียนรู้ที่ต่างกัน เขากล่าวว่า การพัฒนานั้น ลำดับแรกคือสร้างสมองก่อน ทำให้คนฉลาด ก็อ่านหนังสือไป
ลำดับที่สอง คือเรียนรู้จากผู้อื่น ก็คือดูนิทรรศการ “ทำไมต้องซื้อ Exhibition แพงๆมา? ก็เพราะเราจะได้เรียนรู้จากคนอื่น ไม่ต้องบินไปดู วิเวียน เวสต์วู้ดที่ลอนดอน แต่เข้ามาดูที่นี่ เด็กไทยก็มีโอกาส” ดวงฤทธิ์กล่าว
ดวงฤทธิ์กล่าวว่า “สิ่งที่สามที่ยังไม่ได้ทำ ก็คือ ‘ทดลองทำ’ หมายความว่าถ้าเกิดดีไซนเนอร์เรียนรู้จากตำรา ดูคนอื่นทำ แล้วเกิดอาการคัน อยากทำเอง ก็มีที่ให้เขาลองทำ กระบวนการของเวิร์คช้อป กระบวนการของที่ที่ให้ลองทำ ก็ยังมีอยู่”
ส่วนลำดับที่สี่ คือการเจรจากับภาคธุรกิจ เป็นตัวเชื่อมกับ Material connection กับผู้ผลิต กับ supplier
ดวงฤทธิ์ย้ำว่า วัตถุประสงค์ของ TCDC คือ Creativity การสร้างคน การพัฒนาคน
“การที่เข้าไปแหย่พวกตัวแสบทั้งหลายให้เกิดอาการคัน มันไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์อย่างเดียว แต่คนที่ทำงาน Creativity ทั้งหมด ผมว่านั่นคือวัตถุประสงค์ของ TCDC แล้วเขาคงไม่อยากเป็นตุลาการนั่งอยู่บนแท่น แล้วบอกว่าอันนี้ดี อันนี้ไม่ดี อันนี้ใช่ อันนี้ไม่ใช่ แต่ว่าเขาอยากเป็นตัวแบบทีแหย่ให้เด็กไทย ให้พวกตัวแสบเหล่านี้เกิดอาการอยาก อยากที่จะเรียนรู้ให้มากขึ้น อยากที่จะได้ลองลงมือทำ”
“จริงๆ แล้ว TCDC เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ระดับชาติ เราต้องเข้าใจว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า การผลิตของประเทศไทยไม่มีทางแข่งกับประเทศจีนได้แล้ว แก้วใบหนึ่งเราทำราคา 10 บาท แต่เมืองจีนทำราคาแค่บาทเดียว ผมถามว่า ในทรัพยากรเท่ากัน จะทำยังไงให้แก้วเรา 10 บาทแล้วขายได้ หรืออยากให้แก้ว 10 บาทมันราคาร้อยบาท ก็ต้องพึ่งสมองนักออกแบบ เป็นวิธีเดียวในการเพิ่มผลผลิตของประเทศ เป็นวิธีเดียวในการเพิ่มผลผลิตของประเทศ”
“ดีไม่ดีไม่รู้ เราอาจจะไม่อยากร่ำรวย อยากอยู่จนๆ ก็ไม่ว่าอะไร แต่ต้องมองยุทธศาสตร์ระยะยาว แต่ต้องมองยุทธศาสตร์จากนี้ไป เพราะจากวันนี้ไปถึงวันข้างหน้า การผลิตเราไม่อาจสู้จีนได้แล้ว”
“วันนี้ ถ้าจะเอาตัวรอด ทุกอย่างต้องดีไซน์ให้ก้าวต่อไปอีก ซึ่งนี่เป็นวิธีที่เราทำได้ เป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องทำความเข้าใจ ว่ามันเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ทำเพื่อเอาใจนักออกแบบให้มีความโก้เก๋”
ดวงฤทธิ์ ได้กล่าวประเด็นทิ้งท้าย ต่อกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณของ TCDC ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่พูดกันมาก คือความหรูหราของสถานที่นั้นว่า “ค่าก่อสร้างไม่ได้แพงเท่าไร จริงๆ แล้วเท่ากับตึกรัฐบาลตึกอื่นๆ เผอิญไม่ได้โกงเท่านั้นเอง”
ใช้เงินไปกับการช้อปหนังสือและนิทรรศการแพงๆ เล่นง่ายไปหรือเปล่า
- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -
ดร.ไขศรี ภักดิ์สุขเจริญ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ส่วนใหญ่คนจะพูดว่า TCDC เป็นห้องสมุด และเราควรจะต้องทำให้เกิดอาการคันด้วยการดูหนังสือเยอะๆ เราควรจะทำให้มีมือฝรั่งเข้ามาเกา เราจะได้มีความรู้สึกว่าเราออกแบบได้ โดยเฉพาะ นี่เป็นศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบที่เป็นจัดตั้งในระดับยุทธศาตร์แห่งชาติด้วย
ดร.ไขศรีกล่าวว่า เราอาจจะต้องทบทวนอีกทีว่า TCDC เลือกทางที่ง่ายไปหรือเปล่า จริงๆ แล้ว ในระยะเวลาที่จัดตั้งยุทธศาสตร์ ควรจะกำหนดโทนที่เหมาะสมกับการเป็นศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบที่แท้จริง มากกว่าที่ทำแค่ห้องสมุดที่มีหนังสือเยอะแยะ หรือซื้อนิทรรศการแพงๆ มา
“คือในกรณีนั้น ถ้าเรามีตังค์มาก เราก็ทำได้อยู่แล้ว ถ้ามี management cost ขนาดนี้ ไปทำที่ไหนก็ได้อยู่แล้ว มีห้องสมุด มีหนังสือให้ดูเยอะ”
ดร.ไขศรีกล่าวว่า จากประสบการณ์การเป็นอาจารย์ มีความรู้สึกว่า เราควรทำให้นักออกแบบรู้จักตัวเอง
“คือ ห้องสมุดก็มีประโยชน์ เพียงแต่มันเหมือนขาดสิ่งที่สำคัญไป คือส่วนที่จะทำให้รู้จักตัวเอง ส่วนที่จะไปสืบทอดกับงานวิจัยว่า อะไรคือจุดที่เราอยู่ปัจจุบัน อะไรคือหมุดที่เราจะปักว่า ตอนนี้ดีไซน์เนอร์ของไทยอยู่ตรงไหน ต่อไปเราจะก้าวไปทางไหน มากกว่าจะเอางบส่วนใหญ่ไปลงที่การซื้อหนังสือมา แล้วก็ซื้อ Exhibition มา”
“เรื่อง Image ก็สำคัญ คือ อย่างที่หลายท่านพูดไปว่า มันค่อนข้างต่างจากสังคมไทยทั่วไปค่อนข้างมาก ดูจากภายนอกแล้ว จริตมากเกินไป มีความรู้สึกว่าเหมือนขาดความเข้าใจ ขาดความต่อเนื่องกับสิ่งที่เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา”
ดร.ไขศรีกล่าวถึงแนวทางของ TCDC ว่า “นักออกแบบจำเป็นต้องมีการกำหนดโทน กำหนดทิศทางอะไรบางอย่าง เพื่อเป็นหมุดในการก้าวต่อไป แต่ว่าทำอย่างไรที่จะเลือกสร้างภาพลักษณ์ นั่นคือ หาวิธีที่จะให้สังคมไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบมากกว่านี้ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งถ้าเรากำหนดโทนผิด หรือเราเลือกคนที่เข้ามากำหนดโทนผิดตั้งแต่ต้น โทนนี้ก็จะติดภาพตลอดไป”
แค่ปรับทัศนคติ
วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ นักออกแบบ กล่าวว่าถึง TCDC ว่า ตอนนี้เรามีสถาบันที่ได้ยกระดับวิธีการ เนื้อหาต่างๆ ของวงการออกแบบขึ้นมาในมาตรฐานอีกระดับหนึ่ง
“แต่ผมอยากจะต่อยอดในหลายๆ ประเด็น รวมถึงเรื่องการกำหนดโทน คือ ทุกอย่างของที่นี่ดีหมดเลย แต่โทนคือตัวที่จะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง หรือทำให้มันไม่สามารถพุ่งทะยานไปได้อย่างสวยงามอย่างที่ผู้คนตั้งใจให้เป็น”
“โทนที่ว่านี่คืออะไร ผมฟังที่พี่ด้วง (ดวงฤทธิ์ บุนนาค) บอกว่า เราจะมาทำให้คนไทยฉลาด ผมคิดว่าทัศนคติแบบนี้ไม่ถูกต้อง เราไม่ควรที่จะคิดว่า เราเป็นผู้ที่จะทำให้คนไทยฉลาด คนไทยมีองค์ความรู้ มีความฉลาด มีความน่าสนใจ มีเนื้อหาซ่อนอยู่มากมาย TCDC คือผู้รวบรวม ไม่ใช่ผู้ป่าวประกาศ หรือว่าเอาอะไรมาบอกว่านี่คือดีไซน์ที่ดี”
“TCDC น่าจะเป็นศูนย์ที่ดึงความรู้ สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างสังคมไทยด้วยกัน ประเด็นที่สำคัญของสังคมไทยที่เกิดขึ้นคือ ตอนนี้มันมีกลุ่มคน มีนักออกแบบ …อย่าลืมว่าการศึกษาการออกแบบมันคือการศึกษาตะวันตก แต่เราจะเชื่อมการศึกษาตะวันตกกับภูมิปัญญาที่เรามีอยู่ ซึ่งประเด็นนี้ เวลาผมเรียนอาจารย์ก็พูดปาวๆ ใส่ ผมไม่รู้เรื่องเลย ผมก็ไปออกแบบตึกสวยๆ ตึกเอียงๆ เบี้ยวๆ แต่พอผมมาทำงาน มาทำความเข้าใจกับคน กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มันมีอยู่ทั่วไป ความรู้เหล่านี้ มันมีค่าและสำคัญต่อพวกเราที่จะพัฒนาให้มันเป็นการออกแบบไปสู่ระดับโลกมาก”
“ถ้าเราแค่คิดว่า เราอิมพอร์ตตำราจากเมืองนอกมา อิมพอร์ตนิทรรศการจากเมืองนอกมา เพื่อที่เราจะทำให้คนไทยฉลาดขึ้น เราก็จะเป็นแค่ผู้ตามที่ใกล้ระยะเขามากกว่าสิงคโปร์แค่นั้นเอง เราไม่มีทางเป็นผู้นำได้จริง เพราะฉะนั้น นี่ล่ะคือโทน โทนหรือทัศนคติที่เราเห็นว่าคนอื่นไม่รู้เท่าเรา”
“TCDC ควรจะมีทัศนคติที่ประสาน คือมีศิลปากรแล้ว มีจุฬาฯแล้ว มีที่นั่นที่นี่ คือประเทศไทยไม่ต้องการคำตอบคำตอบเดียวที่จะมาสร้าง solution แล้วฉลาดทั้งประเทศ ประเทศนี้ไม่ใช่ประเทศที่นักเรียนอังกฤษประเทศเดียวจะมาบอกว่า ใช้ solution นี้แล้ว คนจะฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ยังมีนักเรียนญี่ปุ่น ยังมีนักเรียนอเมริกา ยังมีนักเรียนฝรั่งเศส ที่มีทัศนคติต่อประเทศนี้อีกหลายแบบ เราต้องเคารพความรู้สึกของคนเหล่านี้ เราต้องเคารพทิศทางของคนเหล่านี้ แล้วถ้าเราปรับทัศนคติว่า เมืองเราเป็นเมืองที่มีองค์ความรู้ที่หลากหลาย TCDC จะใช้ Facility ได้อย่างมีประโยชน์มาก”
วิชญ์กล่าวยกตัวอย่างว่า ผลงานจบการศึกษาของนักศึกษาที่มีทุกๆ ปีนั้น เป็นผลงานที่ไม่ได้ทำมุ่งหวังเอาใจใคร และมีมากมายที่นักออกแบบเห็นแล้วทึ่ง แต่ที่ผ่านมายังไม่มีเวทีให้แสดงออก
“ทำไม TCDC ไม่ใช้ Facility ที่มีให้เขาแสดงออก น่าจะรวบรวมงานเหล่านี้ ต่อยอด เอามาไว้ที่นี่ แล้วที่นี่จะเป็นที่ที่ดีสำหรับนักออกแบบที่ดีจริงๆ ไม่ใช่ซื้อของมา หรือเป็นแบบนักออกแบบมีปมด้อย ออกแบบไม่เก่งแล้วซื้อของมา ผมว่าไม่ใช่ เหมือนคนที่เอะอะก็ซื้อของใส่ตัว มี Gadget ต่างๆ แต่ว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่รู้อะไรจริงๆ”
วิชญ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมรักที่นี่ ผมรักวงการออกแบบไทย คนที่กลับมาทำงานที่ประเทศไทย รัก อยากให้วงการออกแบบไทยดี ไม่อยากจะให้เราตามเขา เราต้องนำเขา แค่ปรับทัศนคติแค่นั้นล่ะครับ”
ต่อ สันติศิริ นักโฆษณา กล่าวว่า ที่นี่มีศักยภาพที่จะทำให้เด็กไทยฉลาดขึ้น มีศักยภาพมากที่จะสอนนักเรียนให้เป็นกิจลักษณะ เป็นเวิร์คช้อปที่พอสอนเสร็จแล้วออกไปก็ช่วยเขาผลิต หาคนที่จะหางานให้เขา ซึ่งก็มีผู้ประกอบการให้เขาอยากได้ดีไซน์เนอร์ไป สิ่งเหล่านี้ก็วัดผลได้
“ส่วนเด็กที่บอกว่า ที่นี่ดูหรูเกินไป ไม่เข้ากับชีวิต อย่างที่บอก ผมทำบริษัทโฆษณา บริษัทโฆษณาแต่ละแห่งก็หรูกว่านี้มาก ก็ต้องการความรู้ จะให้ไปเรียนที่กองขยะหรือไง”
ต่อกล่าวว่า คนที่ทำงานจริงๆ จะพูดเรื่องเนื้อหา ว่ามา TCDC แล้วได้ความรู้อย่างไร “เขาจะไม่พูดว่ามาแล้วประตูหรูไป พูดไปมันเสียเวลา มาแล้วได้ความรู้ ก็มาเอาความรู้ จบ ไม่ต้องมาเถียงกันว่า โอ เก้าอี้มันดูสีส้ม”
เขากล่าวว่า ส่วนที่มีการบอกว่า โทนแปลว่าทัศนคติ คิดว่าเป็นคนละความหมาย เรื่องทัศนคตินั้น เขาเห็นว่า TCDC ก็ให้ความรู้ทั่วไปตลอดเวลา ตั้งแต่อีสาน, เวสต์วูดก็จากอังกฤษ, ชีวิตกลางทะเลทราย ก็ให้ความรู้หลากหลายมากแก่คน ไม่ได้ระบุเลย ไม่มีการจัดรางวัลว่าที่หนึ่งคือใครหรืออะไร
สมพิศ ฟูสกุล ภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวสนับสนุนกรณีที่มีคนเสนอให้ TCDC เป็นพื้นที่แสดงผลงานของนักศึกษาด้วย เพราะหลายครั้งที่รู้สึกว่า TCDC เป็นพื้นที่สำหรับโปรโมทดีไซน์เนอร์ที่ต้องเก่งแล้วหรือเปล่า
สมพิศกล่าวว่า มันเป็นเรื่องสูตรสำเร็จเกินไป ที่จะเอาดีไซน์เนอร์ที่เก่งแล้ว หรือดีไซน์เนอร์ที่เป็นท็อปดีไซน์เนอร์มาโชว์งาน แต่น่าจะสนใจถึงความคิดเด็กนักเรียนและคนทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้เห็นกระบวนการของการคิด ที่ไม่ได้มุ่งอยากจะดูงานที่ผลสำเร็จแล้ว แต่อยากรู้กระบวนการก่อนจะมาถึงผลงานสำเร็จด้วย
สมพิศกล่าวถึงการอบรมว่า ที่ผ่านมา หลังจากทำเวิร์คช้อปแล้ว พอผลงานที่ออกมา ไม่ได้เป็นผลงานที่แจ๋วมาก หรือดูแล้วเป็นมืออาชีพ หรือดูแล้วขายได้ TCDC ก็ไม่จัดแสดงผลงาน ซึ่งรู้สึกว่ามันน่าเสียดาย เพราะทุกคนน่าจะมีโอกาสได้รู้ว่า การทำเวิร์คช้อปแต่ละครั้ง ถ้ามีผลออกมาไม่แจ๋ว อย่างน้อยเราก็อยากรู้ว่าอะไรเป็นเหตุเป็นผล เช่นทำไมคุณถึงคิดว่ามันขายไมได้ หรือทำไมคุณถึงเลือกโปรโมทงานนี้ ทำไมถึงคิดว่างานนี้ขายได้
000
การทำงานขององค์กรที่มีแนวคิดแบบ TCDC คงหลีกไม่พ้นที่ต้องยึดถือเรื่องประโยชน์ในการสร้างองค์ความรู้ระยะยาวเป็นที่ตั้ง TCDC จะมีวิสัยทัศน์อย่างไร จะเชื่อมโยงกับสังคมไทยได้แค่ไหน สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือความสำคัญที่คนทำงานต้องยึดถือเสมอ ก่อนที่จะให้ความขัดแย้งหรือการเมืองภายในครอบงำจนองค์กรแห้งตายไป หาใช่การลดงบประมาณตามที่เป็นข่าว
เพิ่มเติม :
สิ่งที่มีใน TCDC ได้แก่
เฉพาะสมาชิก : ห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ, ห้องชมภาพยนตร์, ห้องสมุดเพื่อการออกแบบ
สำหรับบุคคลทั่วไป : นิทรรศการ ได้แก่
นิทรรศการถาวร What is design? ต้องมีอะไรถึงออกแบบได้ จัดแสดง 256 วัน ผู้เข้าชม 74,115 คน
กันดารคือสินทรัพย์ : อีสาน Isan Retrospective, Deprivation, Creativity and Design จัดแสดง 40 วัน ผู้เข้าชม 22,032 คน
ถอดรหัสญี่ปุ่น DNA of Japanese Design (ร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศแห่งญี่ปุ่น – JETRO) จัดแสดง 51 วัน ผู้เข้าชม 24,234 คน
แล้ง หนาว … แต่เร้าใจ marimekko (ร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์การออกแบบฟินแลนด์) จัดแสดง 40 วัน ผู้เข้าชม 24,108 คน
วิเวียน เวสต์วูด Vivienne Westwood (ร่วมกับพิพิธภัณฑ์วิตอเรียแอนด์อัลเบิร์ต) จัดแสดง 51 วัน ผู้เข้าชม 44,075
วิถีชีวิต วัฒนธรรมการกิน กับการออกแบบ Multipli di Cibo, 100 Projects of foodesign guzzini จัดแสดง 21 วัน ผู้เข้าชม 7,449 คน
พลังกรรมาชนจีน เมื่อเหล่าสหายกลายเป็นนักช็อป! WORKERS (WITH MONEY) UNITE! China’s Shopping Revolution จัดแสดง 34 วัน ผู้เข้าชม 11,411 คน
Ref. http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=7456&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 6:35 pm
“TCDC ของคนไทยเพื่อคนไทย”
แค่โลโก้ ของ TCDC ก็คงบ่งบอกถึงความเป็นไทยได้ส่วนนึงแล้ว แต่อีกส่วนที่สำคัญคือศิลปะและกิจกรรมดีๆ ที่ TCDC สร้างสรรค์เพื่อคนไทย หากวันนี้ไม่มี TCDC จะให้คนไทยรับศิลปะและสิ่งดีๆ เหล่านี้จากที่ใด ???
ขอบอกตามตรงว่าเศร้าใจเหลือเกินที่เห็นคนไทยรังแกคนไทยด้วยกันเอง -*-
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 7:30 pm
TCDC เปรียบได้กับโอเอซิสของนักออกแบบไทย
ถ้าไม่มี TCDC แล้ว พวกเขาจะหาความรู้จากหนังสือดีๆ ทั่วโลก และนิทรรศการที่สร้างแรงบันดาลใจ จากที่ไหน
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 9:01 pm
ทราบเหตุผลไหมฮะว่าทำไม
รัฐบาลสั่งปิดกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ
ก็เห็นเพิ่งจะมีงานจัดไปไม่กี่วัน
ผมเองก็ไป ก็ดีนี่ คนก็เยอะ
แปลก…
ตุลาคม 18, 2007 ที่ 9:27 pm
สงสารประเทศไทย
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 6:58 am
ผมเคยทำงานร่วมกับทีมงานของ TCDC ช่วงระยะเวลานานทีเดียว บอกได้เลยว่า เยี่ยมมากๆ ไม่ต้องพูดถึงฝีมือและแนวคิด แต่ผมว่าเขาให้ใจกับงานเต็มร้อย ที่สำคัญผมว่าพวกเขาเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย หรือโจทย์ของการจัดตั้งองค์กรมหาชนแห่งนี้ หลายๆ อย่างถูกวางอยู่ในแผนงานที่กำลังรอการ Implement เสียดายครับ…เสียดายทั้งโอกาสของนักออกแบบ, ผู้ประกอบการของเรา และที่สำคัญ…เสียดายความตั้งใจของทีมงานทีมนี้จริงๆ ครับ
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 7:34 am
รู้จักองค์กร ‘พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้’ (www.ndmi.or.th) ที่คาดว่า TCDC จะถูกยุบไปรวมเป็นหนึ่งในองค์กรนี้,
http://dnfe5.nfe.go.th/localdata/webimags/story67museumstudy.html
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 10:12 am
ผมรัก TCDC ครับ ถ้าจะให้ไปประท้วงที่ไหน เมล์หาผมเลยครับ ผมจะไปอยู่แถวหน้าเลย
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 11:00 am
กระทู้เกี่ยวกับการปิด TCDC จาก Pantip
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5879650/A5879650.html
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5930941/A5930941.html
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 1:52 pm
เห็นแล้วนึกถึง คีลิปวีดิโอตัวนึง ของการใช้อำนาจอย่าง..
สักแต่ว่ามีลายเซ็นต์เนอะ เซ็นหยักๆ ไปงั้น แต่รอยหยักในสมองแทบไม่มี
http://www.youtube.com/v/OjC_k1B0Xdg รบกวนช่วยทำ embed ให้ทีนะคะ จะได้ดูง่ายๆ
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 3:53 pm
ที่ผ่านมาผมก็เห็นมีแต่คนบ่น และโวยวายในเรื่องต่างๆมากมาย
แต่พอหาแนวร่วม…หายหมด
ส่วนเรื่องนี้ ผมว่าเราก็ดูๆกันไปครับ ไม่ใช่แค่ดูแล้วก็วิจารณ์ในเว็บบอร์ด แต่ดูอย่างเฝ้าดูและตรวจสอบ
อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป
ลองเปิดใจซักนิดครับ
โครงการของรัฐที่ดีก็พอมีเช่น สสส.
ปัญหาอยู่ที่คำว่า รัฐบาล หรือ คนบริหารจัดการครับ?
ถ้ามันห่วยลง ผมคนนึงจะช่วยลงขัน แล้วก็ไปหาเพื่อนพ้องมาลงขันทำ TCDC เอกชนกันครับ แล้ว TCDC ของรัฐมันก็จะเจ๊งเป็นห้องสมุดประชาชนที่เอาไว้ให้จิ้งจกอ่านหนังสือกันเองล่ะครับ
acidic_lab@hotmail.com ติดต่อผมได้ครับ ถ้ามันร่อแร่จริงๆ ผมเป็นแนวร่วมอยู่แล้ว
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 4:08 pm
ผมลงเมล์ตัวเองผิด
-_-!
acidic_lab@yahoo.com
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 4:11 pm
yahoo ครับ Hotmail ไม่ได้ใช้ละ
ตุลาคม 19, 2007 ที่ 5:45 pm
ผมว่า TCDC ดีมากนะ แต่มันดูเป็นสถานที่ designers only เกินไป เกินกว่าคนที่ประกอบอาชีพอื่นๆ หรือเรียนอย่างอื่นที่ไม่ใช่ดีไซน์หรือสถาปัตย์จะกล้าเข้ามาดู หรือสนใจอยากดู ถ้าปรับภาพลักษณ์และวิธีการนำเสนอหน่อย หารายได้เข้ามาให้รัฐจ่ายน้อยลงสัก 30-50 % จัดกิจกรรมหรือ exhibition ที่มัน practical หน่อย ก็อาจมีอยู่ต่อไปได้ในอีกสถานที่นึงหรืออีกรูปแบบนึง (เว้นแต่ว่าเป็นเกมการเมืองที่จะล้างบางผลงานของเสี่ยแม้วนะ)
ตุลาคม 20, 2007 ที่ 9:23 am
http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=65118
——————————————————–
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(สบร.) เป็นการเร่งด่วนเพื่อพิจารณาวาระสำคัญ โดยมีมติเห็นชอบการยุบรวมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC-ทีซีดีซี) เข้ากับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
ที่ประชุมยังมีมติให้ปลดนายไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการทีซีดีซี และยุบเลิกคณะกรรมการทีซีดีซี ให้เหลือเพียงคณะกรรมการของสถาบันพิพิธภัณฑ์ การเรียนรู้แห่งชาติชุดเดียว และให้นายสุรพล วิรุฬห์รักษ์ ซึ่งทำหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ที่จะหมดวาระในสิ้น เดือน ต.ค. 2550 กลับมาเป็นผู้อำนวยการของหน่วยงานที่ควบรวมใหม่
ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีรัฐบาลชุดนี้ได้มีกระแสการยุบทีซีดีซีโดยตลอด เพราะเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ผ่านมาคุณหญิงทิพาวดีได้สั่งเปลี่ยนบอร์ด สบร.และเปลี่ยนบอร์ดชุดก่อตั้งทีซีดีซี ซึ่งมีนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ เป็นประธาน ตามด้วยการปลดนางสิริกร มณีรินทร์ และคณะกรรมการของอุทยานการเรียนรู้ (TK park) และหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้ สบร. รวมทั้งได้สั่งยุบรวมศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติและสถาบันพัฒนาการเรียนรู้แห่งชาติ ก่อนที่จะมาสั่งยุบทีซีดีซีเป็นองค์กรสุดท้าย
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคำสั่งเร่งด่วนครั้งนี้แทบไม่แตกต่างจากกรณีของสถานีโทร-ทัศน์ไอทีวี ที่รัฐต้องมีภาระอุ้มสถานีโทรทัศน์ ไอทีวีแทนที่จะมีรายได้ โดยกรณีของทีซีดีซีไม่เพียงแต่รัฐจะเสียรายได้ ยังส่งผลต่อสมาชิกกว่า 15,000 คนที่ได้จ่ายค่าสมาชิกเพื่อใช้บริการห้องสมุดจะต้องสูญเปล่า เนื่องจากเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีมาตรการรองรับความเสียหาย อีกทั้งกระทบต่อการจัดนิทรรศการผลงานการออกแบบเสื้อผ้าในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ภายใต้ชื่อ Presence of The Past “ความรักขัดแย้ง และแฟชั่น” ที่กำหนดไว้ระหว่าง 8 พ.ย. 2550-20 ม.ค. 2551 แต่เมื่อมีมติให้ยุบทีซีดีซีทำให้ ไม่ชัดเจนว่าจะยังมีการจัดแสดงผลงานต่อหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีซีดีซีเป็นองค์กรที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับงานความคิดสร้างสรรค์ และงานด้านการออกแบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ กับคนรุ่นใหม่ ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ ขณะที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ แห่งชาติ มีลักษณะงานที่แตกต่างกัน โดยจะมีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์เพื่อให้คนไทยได้เข้าไปเรียนรู้และค้นหาว่าคนไทยมาจากไหน ทั้งนี้ ทีซีดีซีเปิดให้บริการมาแล้ว 2 ปี มีสมาชิก 15,000 คน มีผู้ใช้บริการกว่า 685,000 คน มีการจัดนิทรรศการที่ส่งเสริมงานสร้างสรรค์งาน ออกแบบไปแล้ว 14 ครั้ง รวมทั้งเปิดให้บริการสาขาในต่างจังหวัด 5 แห่ง และกำลังจะเปิดอีก 5 แห่งในปี 2551
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริหารของ สบร. ได้มีมติให้ย้ายพื้นที่ตั้งทีซีดีซีและหน่วยงานภายใต้ สบร.ไปอยู่อาคารจามจุรี-สแควร์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาสรรหาสถานที่ทำการแห่งใหม่ ประกอบด้วย นายสุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา และนายนิธิ สถาปิตานนท์ ได้เลือกพื้นที่จากเอกชนรายเดียว ขณะที่โครงการดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จและขายพื้นที่ไม่ได้ นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกผู้บริหารโครงการจากบริษัท A49 ที่นายนิธิมีหุ้นส่วนอยู่.
ตุลาคม 20, 2007 ที่ 9:31 am
http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=65226
——————————————————–
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงกรณีเข้าร่วมประชุมกับนายอภินันท์ โปษยานนท์ ประธานคณะกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา และมีมติให้ ยุบศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ไปควบรวมกับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) ว่า เป็นนโยบายของตนที่ต้องการปรับการบริหารจัดการหน่วยงานที่อยู่ภายใต้ สบร.ที่มี 7 หน่วยงาน ให้มีประสิทธิภาพและใช้งบประมาณคุ้มค่ามากขึ้นจึงให้นโยบายว่าต้องควบรวมให้เหลือ 4 หน่วยงาน ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้มีการควบรวม สถาบันวิทยาการเรียนรู้ (NBL) กับศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ (NGT) และต่อไปจะให้ศูนย์คุณธรรมไปสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
“แม้จะยุบรวมทีซีดีซีกับเอ็นดีเอ็มไอ ก็ยืนยันว่าจะมีการจัดนิทรรศการผลงานการออกแบบเสื้อผ้าในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เช่นเดิม เพราะได้วางแผนมาหลายเดือนแล้ว”
ส่วนแผนที่จะเตรียมย้ายหลายหน่วยงานภายใต้ สบร.รวมทั้งทีซีดีซี จากปัจจุบันได้เช่าพื้นที่ของอาคารเอ็มโพเรียมทาวเวอร์ ไปยังอาคารจัตุรัสจามจุรี เพราะประหยัดค่าเช่ากว่า 40 ล้านบาทต่อปี และพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ให้ใช้ได้ฟรีตลอด อีกทั้งอยู่กลางเมืองเหมือนกัน เพียงแต่ต้องเสียเงินค่าตกแต่งสถานที่เอง นับเป็นการประหยัดระยะยาว ส่วนการควบรวมทั้งสองหน่วยงานที่ลักษณะงานคนละวัตถุประสงค์ให้ไปถามกับผู้บริหาร สบร.เอง เพราะตนเป็นเพียงผู้ให้นโยบาย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีเอกสารเผยแพร่ ชี้แจงเหตุผลที่ต้องควบรวมหน่วยงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย 4 ป. ของรัฐบาล คือ ประหยัด ประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม และในวันที่ 25 ต.ค. 50 จะมีการประชุมใหญ่คณะกรรมการ สบร.เพื่อรับรองมติการควบรวม โดยการควบรวมสถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (NBL) กับศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ (NGT) จะกลายเป็นสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพ และนวัตกรรมการเรียนรู้ (IGIL) และควบรวมศูนย์ สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กับสถาบันพิพิธ-ภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) จะเป็นศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์แห่งชาติ
ทั้งนี้คณะกรรมการ สบร.พิจารณาแล้วว่าแต่ละหน่วยงานมีส่วนเหมือนและคล้ายกันมาก มีความต่างที่เนื้อหาและจุดเน้น แต่เป็นความต่างที่ต่อกันได้สนิท และทีซีดีซีจะช่วยให้เอ็นดีเอ็มไอสร้างสรรค์ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่กับสังคมไทย นอกจาก นั้น ยังช่วยประหยัดค่าเช่าสำนักงานและเงินเดือนของผู้อำนวยการที่ได้รับ 300,000 บาท/เดือนด้วย และ โอกาสนี้ได้เห็นชอบตั้งนายชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นประธานกรรมการ และนายสุรพล วิรุฬห์รักษ์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์ แห่งชาติ ขณะที่ สบร.แจ้งว่าจะแถลงข่าวที่เกิดขึ้นในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน สบร. เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17.
ตุลาคม 20, 2007 ที่ 10:06 pm
บางคนอาจจะบอกว่า design เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม แล้วอาชีพอื่นไม่เฉพาะกลุ่มหรือครับ ผมไม่เห็นว่าประเทศนี้จะสนับสนุนอะไรเลย ไม่แม้แต่สิ่งดีๆที่เกิดขึ้น เด็กอัจฉริยะ นักกีฬา เด็กเหรียญทองวิชาการ ก็ไม่เห็นจะสนับสนุน เราจะยอมให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือครับ แล้วได้แค่ทำใจว่านี้มันประเทศไทย เป็นคนไทยก็ต้องทำใจ เราต้องรักษาสิทธิ์ของเราเองครับ คุณอาจไม่เกี่ยวกับวงการออกแบบ แต่เราจะปล่อยให้ทุกอย่างในประเทศนี้เป็นอย่างที่เป็นอยู่หรือครับ อยู่อย่างตัวใครตัวมัน ไม่สนใจใครถ้าไม่เกี่ยวข้องกับผลได้เสียกับตัวเรา
ตุลาคม 20, 2007 ที่ 10:33 pm
“จริงๆ แล้ว TCDC เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ระดับชาติ เราต้องเข้าใจว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า การผลิตของประเทศไทยไม่มีทางแข่งกับประเทศจีนได้แล้ว แก้วใบหนึ่งเราทำราคา 10 บาท แต่เมืองจีนทำราคาแค่บาทเดียว ผมถามว่า ในทรัพยากรเท่ากัน จะทำยังไงให้แก้วเรา 10 บาทแล้วขายได้ หรืออยากให้แก้ว 10 บาทมันราคาร้อยบาท ก็ต้องพึ่งสมองนักออกแบบ เป็นวิธีเดียวในการเพิ่มผลผลิตของประเทศ เป็นวิธีเดียวในการเพิ่มผลผลิตของประเทศ” ขอตัดจากข้อความข้างบนครับ
ตุลาคม 20, 2007 ที่ 10:44 pm
ตอบน่ะครับเรื่องการหารายได้ เท่าที่ทราบทาง tcdc ก็พยายามหารายได้น่ะครับ แต่โดนผู้มีอำนาจผู้พยายามยึด tcdc สั่งไม่ให้หารายได้ พยายามปัดแข่งปัดขา เป็นการยุบแบบเนียนๆ ครับ ไม่ให้สมาชิกรู้ ดูซิครับหลังงาน 2 วันก็ไล่ผู้อำนวยการออก และประกาศยุบรวม มันไม่แปลกๆหรือครับ แล้วเรา designer จะอยู่เงียบๆหรือครับ
ตุลาคม 21, 2007 ที่ 1:47 am
ทางออกของเรื่องนี้ ถ้าไม่มีคำว่า ‘การเมือง’ เข้ามาเกี่ยวข้อง คงน่าจะหาทางออกได้สวยๆ ถูกใจทุกฝ่าย แต่ทำไงได้ ปัญหานี้ไม่ใช่กรณีเดียวของประเทศในขณะนี้ ที่เข้าข่ายล้างบาง โดยไม่สนใจเนื้อหา คนไทยหนอคนไทย ทำไมถึงได้ไม่หันหน้าเข้าหากัน หากมีพวกเขา-พวกเรา ต่อไปจะไปแข่งขันอะไรกับใครได้
ตอบคุณ akarit, ไม่อยากเงียบหรอกครับ แต่ว่าจะทำเสียงดังกันยังไงดีล่ะครับ…
ตุลาคม 21, 2007 ที่ 2:10 am
TCDC กับนโยบาย Networking และ Crafting
http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02biz01090450&day=2007/04/09§ionid=0214
————————————————————-
อาจเป็นเพราะเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ทำให้แม้ว่าเนื้องานจะดีและมีประโยชน์ก็ต้องพบกับอุปสรรค
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC หนึ่งในองค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เจอปัญหาอุปสรรคเฉกเช่นเดียวกัน ที่พอเปลี่ยนรัฐบาล ก็ต้องเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร และแน่นอนต้องส่งผลต่อการทำงานของศูนย์แห่งนี้
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ ไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) เกี่ยวกับผลกระทบและนโยบาย แผนงานและแผนการปรับตัวขององค์กรแห่งนี้
- ผลหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลมาได้ระยะหนึ่ง
เป็นเรื่องปกติ ที่พอเปลี่ยนรัฐบาลก็มีการเปลี่ยนบอร์ดที่มากำกับดูแลเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่เน้นเรื่องความประหยัด ความพอเพียง ฯลฯ ซึ่งเราในฐานะคนทำงานมืออาชีพก็ต้องปรับตัว
ความต้องการของบอร์ดชุดใหม่ก็คือ อยากให้เราขยายฐานกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยเขามองว่ากลุ่มที่เราทำแคบและจำกัดเฉพาะกลุ่มเกินไป หรือกรณีนิทรรศการต่างประเทศที่ซื้อมาก็แพง ฯลฯ เราก็ต้องมาคิดใหม่ให้เร็วขึ้น แต่บางเรื่องที่ผูกพันมาก่อนหน้านี้ก็ต้องทำให้เป็นไปตามสัญญา เพราะงานนิทรรศการต่างประเทศส่วนใหญ่นั้นเป็นการติดต่อล่วงหน้า 6 เดือน-1 ปี
- ทีซีดีซีมีการประเมินตัวเองตลอด
ใช่ครับ เนื่องจากรูปแบบการทำงานของทีซีดีซีเป็นเรื่องใหม่ ฉะนั้นการประเมินโดยการรับฟังความคิดเห็นของผู้มาใช้บริการ หรือกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญ
ยกตัวอย่างก่อนที่จะจัดตั้งทีซีดีซีขึ้นมา ก็มีการทำวิจัยโดยการเชิญกลุ่มเป้าหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบมา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ดีไซเนอร์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป มาสอบถามว่า เขาอยากได้อะไร สิ่งอะไรที่ขาดในสาขาวิชาชีพของเขา อะไรที่จะเป็นประโยชน์ที่นำมาใช้ในวงการสร้างสรรค์งานออกแบบ ฯลฯ เราก็นำสิ่งที่ได้รับไปครีเอต จนออกมาเป็นทีซีดีซีปัจจุบัน ที่มีทั้งห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือดีๆ ที่หายากในห้องสมุดมหาวิทยาลัย
มีห้องสมุดแมทรีเรียลฯ มีนิทรรศการจากต่างประเทศ เป้าหมายก็เพื่อกระตุ้นให้คิด สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความคิดสร้างสรรค์กันต่อไปว่า
และล่าสุดหลังจากเปิดมาได้ปีเศษ ก็มีการเชิญมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งผลสรุปในวันนั้น ส่วนใหญ่ทุกคนก็คิดบวก ได้ประโยชน์จากทีซีดีซีในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลหนังสือดี แต่อีกมุมหนึ่งก็คือ คำชี้แนะให้ทีซีดีซีทำมากกว่าที่เป็นอยู่ ฯลฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก กับการทำประเมินแบบเปิดในครั้งนี้
- นำความคิดเห็นไปทำอะไร
หลักๆ เลยมาปรับใช้ในการทำแผนงานปี 2551 อย่างที่รู้กัน ปี 2550 เริ่มไปบางส่วนแล้ว และงบฯก็ได้ช้า แต่กับปี 2551 จะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งนโยบายก็ออกมาแล้วคือ เราจะทำในส่วนหลักๆ คือ เน็ตเวิร์กกิ้ง (Networking) และ คราฟติ้ง (Crafting)
เน็ตเวิร์กกิ้งก็คือ เราจะทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายกับองค์กรหน่วยงานหรือชุมชน เพื่อขยายผลด้านงานออกแบบไปสู่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ฯลฯ ยกตัวอย่างทีซีดีซีอยู่ย่านสุขุมวิท มีโรงเรียนที่อยู่ใกล้หลายแห่ง เราก็จะโคกับทางโรงเรียนต่างๆ โดยขอเวลา 2 ชั่วโมงที่เป็นชั่วโมงกิจกรรม พาเด็กๆ มาเรียนรู้ที่นี่ เป็นต้น หรือการทำห้องสมุดมินิทีซีดีซี กระจายไปตามมหาวิทยาลัยที่มีสาขาวิชาด้านการออกแบบ
“เราจะกระจายหนังสือที่มีอยู่ ไปทำเป็นสมุดเล็กๆ ในมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนด้านการออกแบบ ที่ติดต่อแล้วก็มีลำปาง ขอนแก่น มหาสารคาม เชียงใหม่ และชลบุรี โดยทำเป็นระบบหมุนเวียน โดยมีไปรษณีย์ไทยเป็นสปอนเซอร์ด้านการขนส่ง”
ส่วน คราฟติ้งก็คือ การลงลึกในเรื่องสินค้าหรือสิ่งที่เรามีอยู่จริง จากนั้นก็ต่อยอดให้เกิดผลเชิงรูปธรรม ยกตัวอย่างบ้านเรามีฝีมือด้านจักสานงานไม้ไผ่ แต่ทำเท่าไหร่ก็ได้ แบบเดิมๆ เราก็จะใช้ฐานความรู้ที่มีอยู่ ขณะเดียวกันก็นำองค์ความรู้ด้านงานไม้ไผ่ที่มีอยู่ทั่วโลกเข้ามา และแมตช์ให้เกิดการเรียนรู้ ต่อยอดและคิดต่อ
“สิ่งที่เราทำจะเหมือนตัวทีคือ ทั้งแนวกว้างและแนวลึก และจากตัวทีเล็กๆ ก็จะเป็นตัวทีที่ใหญ่ขึ้นๆ”
- นิทรรศการดีๆ ต่างประเทศจะลดลงมั้ย
จริงๆ ถ้าไม่มีนโยบายก็จะลดลงอยู่แล้ว เพราะอย่างที่บอก ตอนเริ่มต้นเราเปิดด้วยนิทรรศการอีสาน กันดารคือสินทรัพย์
เพื่อเป็นการบอกว่า คุณคือใคร จากนั้นก็ตามด้วยต่างประเทศ ญี่ปุ่น อิตาลี ฟินแลนด์ ฯลฯ เพื่อให้รู้ว่าทั่วโลกเขาเป็นอย่างไร
“ที่ผ่านมาคุณรู้แล้วว่าคุณคือใคร คุณรู้แล้วว่าทั่วโลกเขาคิดอะไร สเต็ปต่อจากนี้ก็คือ เมื่อรู้แล้วคุณจะทำอะไร เราก็จะนำองค์ความรู้ที่มีอยู่จริง นำมาคิดต่อเป็นนิทรรศการของไทยเราเอง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะมาโชว์ที่ทีซีดีซีเท่านั้น แต่เราจะส่งออกนิทรรศการไทยไปต่างประเทศ
เราไม่ใช่สักแต่ซื้อใช้เงินเยอะๆ เราซื้อแล้วเราเรียนรู้ด้วย ฝรั่งเขาคิดอย่างไร เขาทำอย่างไร ทำไมเขาขายนิทรรศการที่บ้านเรามองว่าก็แค่ผู้หญิงแก่ๆ แต่ทำไมขายได้หลายล้าน ฯลฯ เราก็เรียนรู้วิธีคิด กระบวนการทำงานของเขานี่แหละ มาพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ในบ้านเรา และขาย เพราะอย่างที่บอกบ้านเรามีของดีเยอะ แต่ขาดกระบวนการคิด กระบวนการจัดการ โดยใช้การออกแบบเท่านั้น”
- จัดการคนในองค์กรอย่างไร ท่ามกลางการทำงานที่บีบรัด
พวกเราเป็นคนทำงานมืออาชีพที่มีพันธะสัญญาคือ สร้างองค์กรกลางด้านงานดีไซน์และออกแบบให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพราะพิสูจน์มาแล้วจากหลายๆ ชาติว่าประเทศจะอยู่ได้ งานสร้างสรรค์การออกแบบเป็นเรื่องที่สำคัญ
“เราลงทุนวันนี้ ไม่ใช่จะเห็นผลทันทีทันใด ผลอาจจะเกิดขึ้นใน 5-10 ปีข้างหน้า กับเด็ก นักศึกษาในวันนี้ เป็นการลงทุนด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตอนนี้ทั้งจีน ทั้งอินเดีย ต่างส่งเสริมสนับสนุนด้านดีไซน์ แล้วทำไมบ้านเราจะไม่ทำ
เพราะฉะนั้นแม้การเมืองจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ผมอยากให้มองที่จุดยืนคือ การสร้างคน ด้านครีเอทีฟไอเดีย เพื่อประโยชน์ที่เราจะมีบุคลากรที่พร้อมรบในอีก 5-10 ปีข้างหน้า โดยมีเราคนรุ่นนี้ช่วยปูทางให้”
———————————————————
ความเห็นผู้ Post: ผมชอบนโยบายของ Networking นะครับ เพราะเห็นว่า TCDC ควรหาแนวร่วมในการทำงานไว้มากๆ เพราะจะช่วยให้เกิดความร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้เป้าหมายในการทำงานสำเร็จได้เร็วขึ้น ว่าแต่ตอนนี้–ใครจะมาสานต่อแนวทางนี้กันล่ะครับ
ตุลาคม 21, 2007 ที่ 5:19 pm
I may not agree with some parts of TCDC but I don’t think to close it down is the solution. It needs to be refreshed somehow but not to close – - esp. because of this politics..
ตุลาคม 21, 2007 ที่ 10:55 pm
ผมคิดว่าประเทศเราควรจะแยกการเมืองออกจากเรื่องต่างๆได้แลัวครับ ผมอยากให้วิธีคิดเรื่องการประเมินความคุ้มค่า ความประหยัด หรือดัชนีชี้วัดต่างๆ แบบที่เห็นผลประโยชน์ของสาธารณะเป็นสำคัญครับ วิธีคิดของพวกท่านๆ ก็ไม่ต่างจากสมัยเลือกสร้างทางด่วน แทนที่จะสร้างเครือข่ายรถไฟฟ้า พวกท่านคิดง่ายๆ สั้นๆ แล้วมันก็มักจะสร้างผลเสียระยะยาว ต่อเนื่อง ผมอยากฟังคำชี้แจงที่ผู้เจริญแล้วเขาฟังแล้วเขาเข้าใจนะครับ ไม่ใช่งึมๆงำๆ แล้วท่านก็เนียนหายไป ช่วยกรุณาทำสิ่งที่ถูกต้องครับ เอาเป็นว่าเท่าที่สติปัญญาท่านจะทำได้ก็พอนะครับ แต่ถ้าสิ่งที่ผมพูดถึงท่านเผอิญไม่มีอยู่ ก็ช่วยกรุณาอย่าทำอะไรอีกเลยนะครับ
ตุลาคม 22, 2007 ที่ 3:40 am
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณวิชญ์พูดนะครับ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าบางอย่างดูไม่จำเป็นหรือเปล่า กับการจัด exhibition ใหญ่ ๆ แต่กลับไม่มองคนในพื้นที่ หรือคนไทยด้วยกันเอง จะเห็นว่าปัจจุบัน มีหลายอย่างที่เอกชนทำกันเอง และก็ได้รับผลตอบรับที่ดีพอสมควร เช่น หนังสือ cg+ , งาน tiger translate , display egazine,thailand new media arts festival , territory magazine,fat festival ซึ่งถึงจะมองว่าเป็นองกรค์เอกชนที่มุ่งแสวงหาผลกำไร แต่พวกนี้กลับเป็นสิ่งที่นักออกแบบไทย ตัวเล็ก ๆ ได้มีการพบปะ สังสรรค์ แสดงผลงาน ร่วมกันอย่างแท้จริง โดยที่แทบจะไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย เพราะในบางครั้งผมคิดว่า มันน่าจะเริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ ที่รู้จักกันเสียก่อน มากกว่าที่จะไป inspire จาก designer ชื่อก้องโลก ที่บางครั้งเราก็แทบไม่รู้จักเลย ซึ่งบางทีไปดูแล้วก็ต้องบอกว่ามันดีจริง แต่มันไม่สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผมเท่าไหร่นัก มันไม่เหมือนกับที่เราไปเจอคนไทยเก่ง ๆหรือเพื่อนเรามันทำไปได้ขนาดนี้แล้ว มัน inspire ต่างกัน มันเลยทำให้มันเป็นเรือ่งไกลตัวไป และอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนของ TCDC ณ ขณะนี้ไป (เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน เอางานดี ๆ แพง ๆ มาให้ดู ทั้งที่น่าจะดี แต่กลับไม่ได้สร้างประโยชน์ได้เทียบเท่ากับสิ่งที่เสียไป)
http://samong.wordpress.com/2007/10/18/will-tcdc-really-be-disappeared/#comment-33
พอได้อ่านความคิดเห็นนี้แล้ว ก็อาจจะคิดว่านี่เป็นเรือ่งที่ดีขึ้น (หรือเปล่า) ถ้าเป็นการปรับเพือ่การนี้จริง ๆ ไม่ได้มีเรื่องอื่นแอบแฝง แต่ถึงยังไงท้ายที่สุด ผมก็อยากให้มี TCDC ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตามครับ
ตุลาคม 22, 2007 ที่ 5:00 am
ผมว่าคนเอาเรื่องนี้มาเกียวกับการเมือง อาจไม่ไช่รัฐบาลหรอก แต่เป็นพวกคนบางกลุ่มใน TCDC เอง
ตรรกกะมันไม่ไช่แค่ว่า “การออกแบบ ส่งเสริม มูลค่าของสินค้าไทยได้ไหม ถ้าได้ เราควรมี TCDC ไหม” แบบนั้นมันก็ตื้นเกินไป
หรือก็ไม่ไช่ว่า “ถ้ามันหรูไป แล้วจะให้ไปเรียนในกองขยะเหรอ”
ก็เพราะมีคนบางคนเล่นเถียงและง้างกันด้วยลอจิกห่วยๆแบบนี้ มันถึงมีแต่ความขัดแย้งกันขึ้นในสังคม
ประเด็นมันน่าจะเป็นว่า เงินที่เอาไปให้คนกลุ่มนึงบริหารเรื่องทิศทางการออกแบบนั้น มันได้ผลและคุ้มค่าไหม (ไม่ว่าทิศทางนั้นจะดีหรือไม่ อย่าเอามาเถียง มันดูโง่มากมาก) ไม่มีใครบอกเลยว่า การออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็น แต่ผมว่าที่เขาพยายามบอกคือ วิธีนี้ไม่ได้วิธีที่ดีและเหมาะที่สุดกับเราที่จะนำไปสู่การพัฒนาการออกแบบและการสร้างสรรค์
ผมว่าถ้าใครเข้าใจการออกแบบจริงๆ น่าจะเข้าใจว่า มันไม่ได้มีเส้นทางเดียวที่จะไปสู่เป้าหมาย (ซึ่งมันคนละเรื่อ
กับเป้าหมายนั้นดีหรือไม่ เหมือนที่คนบางกลุ่มกำลังเบี่ยงประเด็น)
ผมเองก็ทำงานออกแบบ และก็มองว่า TCDC มีข้อดี แต่ก็มองว่ามันไม่ได้ดีขนาดนั้น ไม่ได้ดีขนาดจะเอาภาษีชาวบ้านไปช่วยยกระดับสถานะทางสังคมก็คงกลุ่มเดียว
และผมก็เชื่อว่าถ้าเมืองไทยยังใช้วิธีสนับสนุนงานออกแบบจากระบบ บน ลง ล่าง อีกกี่ชาติก็ไม่มีทางสร้างทางออกของตัวเองได้จริงๆ
ตุลาคม 22, 2007 ที่ 2:04 pm
จะมีการรวมตัวสมาชิก tcdc และผู้คนที่ต้องการสนับสนุน tcdc ภายในไม่อาทิตย์นี้ครับ ทุกคนที่อยากสนับสนุน tcdc เตรียมพวกพ้องเอาไว้น่ะครับ แล้วจะแจ้งข่าว
ตุลาคม 23, 2007 ที่ 12:53 am
“อภินันท์” ยันควบรวม TCDC ไม่มีการเมือง เพื่อประหยัดและโปร่งใส
=================================================
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2550 15:52 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9500000125238
“อภินันท์” เปิดแถลงข่าวยันควบรวมหน่วยงานใน สบร.เพื่อประหยัด โปร่งใส ประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมระบุลูกจ้าง บุคลากรหน่วยงานที่ถูกควบรวมไม่มีการถูกไล่ออก หรือลดเงินเดือน ขณะที่สมาชิก TCDC จะไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เตรียมย้ายสถานที่ตั้งใหม่ไปใช้พื้นที่ “จัตุรัสจามจุรี” แทนห้างหรู “เอ็มโพเรียม” เพื่อประยัดงบประมาณ เชื่อสถานที่ใหม่จะเปิดพื้นที่ให้เด็กเข้าไปใช้บริการได้มากกว่า
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานคณะกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) ดร.ชัยอนันต์ สมุทวนิช ศ.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา และนายสรรเสริญ มิลินทสูตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เปิดแถลงข่าวการควบรวมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) โดย ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวว่า จากการประชุมของคณะกรรมการบริหาร สบร. เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา มีมติให้ควบรวมสถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (NBL) กับศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ (NGT) เป็น สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (IGIL) และ รวม TCDC เข้ากับ NDMI เป็น ศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์แห่งชาติ(Thailand Discovery and Creative Center) เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้รายงานการตรวจสอบประเมินผลการดำเนินงานของ สบร. และหน่วยงานเฉพาะด้าน พบปัญหาการใช้จ่ายเงินไม่ประหยัดและไม่คุ้มค่า การบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ การกำหนดอัตราเงินเดือนของผู้บริหารไม่เหมาะสม รวมถึงค่าเช่าพื้นที่สูงมาก โดยเฉพาะในส่วนของ TCDC พบว่าผลงานส่วนใหญ่เป็นงานจัดนิทรรศการที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ค่าเช่าสถานที่และงบประมาณในส่วนของบุคลากรสูงมาก โดยเฉพาะเงินเดือนของผู้บริหาร ซึ่งกรรมาธิการฯ ได้เสนอให้พิจารณาตัดงบประมาณของ TCDC ลง โดยได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณให้กับ TCDC จำนวน 75 ล้านบาท และให้ดำเนินการปรับลดค่าเช่าพื้นที่ลงร้อยละ 50 และลดเงินเดือนของบุคลากรลง ร้อยละ 30 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว คณะกรรมการบริหารฯ ได้ดำเนินการศึกษาอย่างรอบคอบมาโดยตลอด
“เพื่อความอยู่รอดของหน่วยงานใน สบร.จึงจำเป็นต้องหลอมรวม TCDC กับ NDMI เข้าด้วยกัน โดยสัญญาการเช่าพื้นที่ของ TCDC ที่ทำไว้กับดิ เอ็มโพเรี่ยมฯ ก็จะหมดลงในเดือนพฤษภาคมปี 2551 ด้วย และเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณที่ต้องจ่ายให้กับ ดิเอ็มโพเรียม ประมาณเดือนละ 5 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องหาสถานที่ตั้งใหม่ที่จะเปิดดำเนินการเป็นศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์แห่งชาติ โดยให้สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวนมากยิ่งขึ้นด้วย จึงมีมติที่จะเข้าไปใช้พื้นที่จัตุรัสจามจุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแทน โดยทางจุฬาฯ ระบุว่าในการทำสัญญา 6 ปี ใน 3 ปีแรกจะไม่เก็บค่าเช่า แต่จะเก็บเฉพาะค่าส่วนกลาง 250 บาทต่อตารางเมตร และในปีที่ 4 จะคิดค่าเช่าในอัตราราชการ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก”
ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวต่อไปอีกว่า ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้มีเด็กเข้าไปใช้ศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์แห่งชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่เราคำนึงถึงการเข้าถึงเด็กและเยาวชน นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าต่างๆ ก็จะมีโอกาสได้เห็นผลงานสร้างสรรค์ของศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย และขอยืนยันว่าการหลอมรวมหน่วยงานทั้ง 2 เข้าด้วยกันนี้ ไม่ต้องการทำลาย หรือยกเลิกสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แต่อย่างใด โดยในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร สบร.เพื่อหารือถึงแนวทางการประกาศจัดตั้งหน่วยงานใหม่และรายละเอียดภายหลังการควบรวมหน่วยงานทั้ง 2 ด้วย
“ผมขอย้ำด้วยว่า สำหรับบุคลากรและคนทำงานของทั้ง 2 หน่วยงานนี้ โดยเฉพาะกลุ่มกลาง และกลุ่มล่างจะไม่มีการให้ออกหรือไล่ออก หรือลดเงินเดือนอย่างแน่นอน โดยต่อไปจะต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานทุกๆ 6 เดือนตามหลักเกณฑ์ขององค์กรมหาชน ซึ่งทุกหน่วยงานภายใต้ สบร.ก็จะต้องดำเนินการเหมือนกัน”
ด้าน ดร.ชัยอนันต์ กล่าวว่า การควบรวมหน่วยงานใน สบร.เพื่อให้เกิดการประสานงานที่ดียิ่งขึ้น ที่ผ่านมามีการพูดกันมากว่าหน่วยงานภายใต้ สบร.ใช้งบประมาณไปจำนวนมาก และทำงานใกล้เคียงกัน เมื่อมีการควบรวมกันแล้วก็ต้องมาพิจารณาร่วมกันว่าในงบประมาณที่มีอยู่จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นการเสริมเติมเต็มที่ดี เพราะเมื่อเริ่มก่อตั้ง สบร.บุคลากรต่างๆ ก็เป็นการยืมตัวมาช่วยงาน ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ศ.สุเมธ กล่าวว่า หลังจากรับนโยบายจากรัฐบาลแล้ว สบร.ก็ต้องไปหาสถานที่ที่จะใช้ดำเนินการแทนดิเอ็มโพเรียมฯ ซึ่งเมื่อพิจารณาจัตุรัสจามจุรีแล้วเห็นว่าทั้งประหยัดเรื่องงบประมาณ และมีระบบขนส่งมวลชนรองรับ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสามย่าน โดยสามารถทำทางเชื่อมเข้าไปยังศูนย์เรียนรู้ฯ ได้เลย
“เมื่อเปรียบเทียบในด้านต่างๆ กับที่เดิมแล้ว เห็นว่าจัตุรัสจามจุรีสามารถที่จะเทียบกับดิเอ็มโพเรียมฯ ได้ และบริเวณดังกล่าว จุฬาฯ ก็กำลังจะก่อสร้างศูนย์หนังสือของจุฬาฯ และศูนย์ Edutainment จึงเป็นสถานที่ที่เด็กและเยาวชนจะเข้าไปทำกิจกรรมทั้งหาหนังสืออ่านหรือเดินชมนิทรรศการ จึงเสมือนเป็นกับดักเด็กและเยาวชนให้เข้าไปใช้บริการได้ และหากเมื่อเทียบกับของเดิมจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่คนที่เข้าไปใช้บริการในดิ เอ็มโพเรี่ยมฯจะเป็นลูกคนมีเงินเสียมากกว่า พิจารณาดูแล้วสถานที่ใหม่ไม่ได้เสียเปรียบจุดเดิมเลย”
ศ.สุเมธ กล่าวอีกว่า สำหรับการเคลื่อนย้ายจากดิเอ็มโพเรียมไปยังจัตุรัสจามจุรีนั้น ในส่วนของโต๊ะ เก้าอี้ พรม ฯลฯ ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ก็จะถูกขนย้ายไปใช้ในสถานที่ใหม่เช่นกัน เพื่อประหยัดงบประมาณให้มากที่สุด แต่จะไม่ให้โดดเด่นน้อยกว่าของเดิมอย่างแน่นอน
ศ.ดร.อภินันท์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงข่าวว่า ตนทำงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้เน้นเรื่อง 4 ป. ได้แก่ ประหยัด ประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม และยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมืองหรือการกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน และยืนยันอีกครั้งว่าลูกจ้าง บุคลากรในระดับกลางและล่าง รวมถึงสมาชิกของ TCDC จะไม่ได้รับผลกระทบต่อการควบรวมหน่วยงานของ สบร.
“รายงานการตรวจสอบ สบร.ของ สตง.แจ้งด้วยว่าพบว่ามีความผิดทางวินัยเกี่ยวกับเรื่องถุงรับขวัญ ซึ่งดำเนินการในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา และตรวจพบความผิดปกติเกี่ยวกับการทำสัญญาเช่าสำนักงานของทีเคปาร์ก หรืออุทยานการเรียนรู้”
ตุลาคม 23, 2007 ที่ 10:16 pm
การทำงานที่จะผลักคนไปข้างหน้า
… เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์
ซึ่งเป็นคนละเรื่องของการรวบรวมความภูมิใจในอดีต
มา “รายงายติดบอร์ด” ให้ดูกัน
การทำพิพิทธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์ส่งเสริมงานออกแบบ
ใช้ วิถี วิธี และ บุคลากรคนละแบบ
ถ้าเห็นว่าทั้งสามเรื่องสำคัญ ต้องให้ความสำคัญทั้งสามเรื่อง
ไม่ใช่รวบไว้แต่เพียงจุดเดียว
เหมือนหนังสือคนละเรื่อง…. เอามาเย็บเล่ม!!!
ท้ายที่สุดหนังสือ สามเรื่องนั้น จะกลาย จะกลืน เป็นเล่มเดียว
ตามหน้าปกผ้าไหม ตีเส้นทอง ฝุ่นจับหนาที่คุณคลุมมันไว้
งานออกแบบไม่ใช่…การอ่านเอาเรื่อง
แต่เป็นการอ่าน… สร้างเรื่อง!!!!!!!!!!!
ตุลาคม 23, 2007 ที่ 10:48 pm
รัฐบาลอยู่ในรถถังจะเข้าใจอะไรงานออกเเบบ
ประท้วงครับประท้วง !!
แค่ตอนนี้เราก็ล้าหลังต่างชาติไม่รู้กี่ปี (แสง) แล้ว
ผมเอาด้วย เพื่ออนาคตวงการออกเเบบประเทศไทย
ถ้ามีการรวมตัว ขอร่วมด้วยเเน่นอนครับ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:17 am
Help support TCDC by putting your name and id number below.
we can stop this if we are together.
เมื่อได้รายชื่อเพียงพอเราจะยืนเรื่องขัดค้านต่อรัฐบาล
Blog
wwww.savetcdc.wordpress.com/
ลงชื่่อคัดค้าน
http://aspspider.info/savetcdc/RegisterPO.aspx
Your creative future is in your hand.
ช่วยกันส่งต่อเท่าที่คุณจะทำได้ ถ้าคุณคิดว่า tcdc มีประโยนช์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการออกแบบ
ในประเทศไทย และจะทำให้น้องๆ ร่วมอาชีพของคุณเก่งขึ้น
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:29 am
การเมืองชัดชัดครับ แล้วถ้าไม่เกี่ยวกับการเมืองทำไม เขาพูดว่าถ้าอยากให้มีอยู่ก็ให้ทักษิณซื้อ นี้มันเรื่องของอนาคตการศึกษาของเด็กๆ น่ะครับ พวกคุณผู้ใหญ่ทั้งหลาย แผนงานรองรับก็ไม่มีว่าอนาคต tcdc จะเป็นยังไง
แล้วสมาชิกจะทำยังไง ไม่รู้อะไรสักอย่าง
ถ้าย้ายเพื่อประหยัดจริงๆ ก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่มันไม่ใช่ครับ ไม่ได้โง่ครับ คิดได้
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:47 am
Link ถูกรวบรวมไว้บริเวณ Blog roll ที่ชื่อ Why save TCDC แล้วครับ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:51 am
[...] Bangkok2 Samong.wordpress [...]
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:56 am
ผมว่าการยกระดับวงการุออกแบบไทยมันต้องทำพร้อมๆกันในหลายๆ ระดับนะ หรูไม่หรู ไม่น่าจะเป็นปัญหายิ่งมี platform ให้แสดงออกหลายๆอันก็ยิ่งดี ไม่น่าจะคิดว่าหน่วยงานเดียวช่วยประเทศได้ทั้งหมด คิดได้อย่างงี้ก็จะได้หาทางออกที่มันสร้างสรรค์กันกว่านี้ สร้างให้มันมีกันหลายๆอันกว่านี้อีก คนดูอย่างเราจะได้มีอิสระเลือกดูกันได้ มีเยอะๆมันดีกว่ามีน้อยๆอยู่แล้ว
ผมว่าสังคมไทยมันไปกันใหญ่แบ่งขั้วกันไปหมด ขนาดวงการออกแบบยังไม่เว้น เพลาๆกันบ้างก็ดี ผมว่าคนส่วนใหญ่เค้าเป็นกลางนะ อยากเห็นงานดีๆระดับโลก อยากภูมิใจกับงานออกแบบคนไทย อยากฟังเลคเชอร์ดีดี ทำงไกได้อย่ามาทะเลาะกันต่อหน้าเด็กๆ ดูแล้วมันสิ้นหวังชอบกล
ผมติดตามเรื่องนี้มานานพอสมควรเหมือนกัน ใจนึงก็เสียดายที่มันมีอยู่ตอนนี้นะ แต่อีกมุมนึงผมก็เดาออกว่าเค้ามีความเห็นยังไง ผมว่ามันปัญหาเดียวกันแต่มองกันคนละมุมเลย หาทางออกที่มันไม่เสียหายคงยาก เป็นเรื่องน่าเสียใจนะ
เอาเป็นว่าให้กำลังใจทุกคนละกัน ฟาดฟันกันเข้าไป ถ้าใจจริงคุณคิดถึงเด็กตาดำๆที่จะได้ประโยชน์จากองค์กรทำนองนี้ (ไม่ว่าจะเรียกมันว่าอะไรก็เถอะ) มันก็คงได้ข้อสรุปที่ดี
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 11:55 pm
‘คุณหญิงทิพาวดี’ ไม่รู้ไม่ชี้ยุบทีซีดีซี [25 ต.ค. 50 - 04:08]
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) เปิดเผยถึงมติบอร์ด สบร. ที่ให้ยุบศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC-ทีซีดีซี) เพื่อควบรวมกับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) ว่า ตนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้แล้ว อยากให้สื่อมวลชนไปถามผู้บริหารของ สบร.เอาเอง ซึ่งควร ต้องแถลงปัญหาที่มีทั้งหมด ทั้งเรื่องข้อสังเกตของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและของคณะกรรมาธิการงบประมาณ และเชื่อว่าจะต้องมีแผนรองรับอยู่แล้ว โดยอยากให้มองว่าองค์กรมหาชนมีหลายหน่วยงาน และรัฐบาลนี้ก็ยุบไปหลายหน่วยงานแล้ว
ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ด สบร.เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2550 ที่มีนายอภินันท์ โปษยานนท์ เป็นประธาน มีมติให้ยุบศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC-ทีซีดีซี) เพื่อควบรวมกับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) และปลดนายไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการทีซีดีซีออกจากตำแหน่ง จนทำให้มีปัญหาตามมาหลายอย่าง ที่สำคัญไม่มีแผนรองรับความเสียหายต่อสมาชิกที่มีอยู่ 15,000 คน แต่อย่างใดเลย
โดยในส่วนของความรับผิดชอบต่อสมาชิก รวมทั้งกรณีที่บอร์ดสั่งปลดผู้อำนวยการและต้องจ่ายเงินชดเชยค่าจ้างให้ถึง 8.4 ล้านบาทนั้น คุณหญิงทิพาวดีกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับตน บอร์ด สบร. จะเป็นคนตัดสินใจ ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ก็จะมีประชุมบอร์ดอีกครั้ง
ด้านนายไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการศูนย์ สร้างสรรค์งานออกแบบทีซีดีซี เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับทราบมติอย่างเป็นทางการจาก สบร. จึงยังคงมาทำงานตามปกติ จนกว่าจะได้รับความชัดเจนจากการประชุมบอร์ดวันที่ 25 ต.ค.นี้ ซึ่งหากบอร์ดมีมติเลิกจ้าง ก็คงได้รับสิทธิตามสัญญาจ้างภายใต้เงื่อนไของค์กรมหาชน แต่ส่วนจะฟ้องร้องหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มองไปถึงขั้นนั้น “สำหรับการทำงานของทีซีดีซีที่ผ่านมา ขอยืนยันว่าได้ทำอย่างเต็มที่ โดยในช่วง 2 ปี สามารถหารายได้เข้าทีซีดีซีเป็นจำนวน 85 ล้านบาท และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนั้น ที่ผ่านมาทางสำนักงานพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ยังได้ ประเมินผลงานทีซีดีซีได้คะแนน 4.8 จากคะแนนเต็มที่ 5 อีกด้วย”.
Ref. http://www.thairath.com/news.php?section=economic&content=65782
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 3:18 pm
เราควรจัดที่ คุยกัน…
รวบรวมสมัครพรรพวกไว้ เคลื่อนไหวอะไรซักอย่างดีมั้ยครับ…
kokoyadi@hotmail.com
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 3:19 pm
สำหรับจุดยืนของผม กับ เรื่องนี้
“F*** Politician – SAVE TCDC”
เพราะเรื่องนี้ เป็นการเมืองสุดๆ ครับ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 10:34 am
เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด หากอยากให้คนทั่วไปเขาถึงได้ ก็ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ออกสู่คนทั่วไปมากขึ้น ไม่ใช่ไปปิดเขา คราวนี้กลายเป็นไม่ได้ดูกันเลย เรียกว่าปิดกั้นอย่างเบ็ดเสร็จได้ไหม โดยมีเหตุผลที่แท้จริงคือคนชื่อทักษิณเท่านั้น ยิ่งทำแบบนี้ ทักษิณจะยิ่งกลายเป็นฮีโร่นะ
ตุลาคม 31, 2007 ที่ 1:16 am
เสียใจและเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้มากครับ ถึงผมยังไม่เคยใช้บริการที่นี้ เคยใช้ก็แต่ tkpark ก้อรู้สึกได้ว่ามันมีคุณค่ามาก สำหรับอนาคตวงการออกแบบบ้านเรา ผมยอมเสียภาษีเพื่อให้ TCDC ยังคงมีต่อไปครับ และมีองค์กรที่ดีลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อไป
ตุลาคม 31, 2007 ที่ 3:14 pm
สวัสดีครับ
วันศุกร์ บ่าย 2 ที่ tcdc จะมีสัมมณาเรื่องอนาคตการออกแบบไทยและการยุบ tcdc
ทางคนที่สั่งยุบก็จะมา เราจะได้ซักถามและขอคำยืนยันในเรื่องการเปลี่ยนแปลงนี้
ก็เลยอยากบอกเรื่องนี้ และฝากบอก เผื่อว่าง
มากันเยอะๆ ก็้จะดีครับ
ช่วยบอกต่อด้วยครับ
ตุลาคม 31, 2007 ที่ 3:17 pm
คำพูดของ คุรหญิงชดช้อย ในบทสัมภาษณ์ทาง the nation ครับ อ่านแล้วดูซิว่าเค้าดูถูกอาชีพเราแค่ไหน
ผมเศร้าจริงๆ
“It has a good concept but there is no concrete success. Thai designs likely to win international awards are not in our sight. Moreover, while bringing in international concepts, TCDC lacks the links to encourage Thais to develop good designs for their products. Beneficiaries are mostly designers who are serving foreign companies. Obviously Thai products would not benefit from this centre,” she said.
ตุลาคม 31, 2007 ที่ 3:47 pm
ขอตอบในเรื่องที่ wcgstudio กล่าวถึงงาน หนังสือ cg+ , งาน tiger translate , display egazine,thailand new media arts festival , territory magazine,fat festival
ที่ทุกคนจัด ผมก็ได้มีโอกาสไปพูดในงาน egazine ถ้าถามผมว่างานทั้งหมดที่หลายๆ ฝ่ายจัดมันดีหรือเปล่า ผมว่าที่ทุกคนพยายามทำมันดีทั้งนั้นครับ ถึงแม้ส่วนตัวจะไม่ได้อะไรมากจากการไปงานเหล่านั้น มันอาจจะต่างกันครับ การที่ tcdc นำงานต่างชาติ designer ดังๆ มามันทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าเค้าทำงานกันยังไง นี้เป็นวิธีที่องค์กรณ์ทางด้านงานออกแบบทั่วโลกเข้าทำกัน จะเห็นได้จากการมีงาน talk ในที่ต่างๆ ทั่วโลก
มันเป็นเรื่องของการเรียนรู้ครับ คิดแล้วทำของเราเอง บางทีมันก็ต้องเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น มันไม่ใช่งาน party และเราก็ต้องคิดถึงน้องๆ นักศึกษาออกแบบที่ไม่มีโอกาสได้ไปต่างประเทศว่าการได้มาใช่ห้องสมุดดีดีมันจะทำให้เค้าเป็นนักออกแบบที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่
หรือเปล่า ในอีก 10 ปีข้างหน้ามันอาจจะมี design ดังๆที่เป็นคนไทยมากกว่านี้ก็ได้
ยังไงทุกอย่างก็คงไม่มีถูกใจทุกคน หรือดีไม่มีที่ติครับ
ถ้า tcdc ทำได้ขนาดนี้ในแค่ 2 ปี เราจะไม่สนับสนุนแล้วปล่อยให้มันยุบไปเฉยๆหรือครับ ไม่เสียดายหรือครับ
ถามว่าที่ผ่านมามีองค์กรณ์ในประเทศนี้ที่ทำได้ขนาดนี้ครับ
ผมว่าต่อไป tcdc ถ้ายังอยู่เค้าเองก็คงมีโครงการอะไร
ที่ดีดีออกมาอีก ไม่อยากดูหรือครับ
พฤศจิกายน 1, 2007 ที่ 3:02 am
ผมว่ามาถึงจุดนี้นักออกแบบไทยน่าจะคิดถึงทางออกอื่นๆบ้างได้แล้วน่ะ ว่าถ้าเราไม่มี TCDC วงการนี้มันจะล่มจมไปเลยจริงๆเหรอ
เท่ากับว่าที่ผ่านมา นักออกแบบไทยมีงานทำได้เพราะยืมจมูกและได้โอกาสจากคนอื่นมาตลอด พอมาถึงวันที่ต้องยืนด้วยตัวเอง ก็ทำกันไม่ได้แล้วหรือ
จะว่าไปถึงมี TCDC ผมก็มองว่าโอกาสนั้นตกอยู่กับคนไม่กี่ึคนอยู่ดี โอเคมันมีการกระจายความรู้และประโยชน์ไปให้นักออกแบบเยอะขึ้น แต่ผลประโยชน์จริงๆ ตกอยู่กับคนไม่กี่คนเท่านั้นเอง
ไม่ได้จะสนับสนุนให้ยุบ TCDC น่ะครับ แค่พยายามบอกว่า ก่อนมี TCDC เราก็เคยสู้กันได้ ถ้ามันจะไม่มีก็น่าจะสู้กันต่อไปได้ อาจจะมองเป็นโอกาสก็ได้ ว่าเรื่องนี้ทำให้คนหันมาสนใจกันมากขึ้น
TCDC มีย่อมดีกว่าไม่มี แต่ถ้าจะไม่มีจริงๆ แล้วนักออกแบบอยู่ไม่ได้เลย นี่เราต้องพิจารณาตัวเองเหมือนกันครับ ว่าทำไมคนอื่นถึงดูถูกเรา
พฤศจิกายน 1, 2007 ที่ 11:27 am
ก็คงไม่ตายหลอกครับถ้าไม่มี tcdc แต่มีไม่ดีกว่าหรือครับ เหมือนไม่มีข้าวกิน เราก็กินอย่างอื่นได้ แต่กินข้าวมันก็อร่อยกว่า ที่ว่ามีไม่มีเราก็สู้กันได้ ก็ ok ครับ
ก็มีแค่บ้างคนที่ผ่าฟันจนดัง ไม่คิดหรือว่าถ้ามีการสนับสนุนจากรัฐบาลจะดีกว่านี้หรือครับ เราอาจมี designer ที่ดังทั่วโลกก็ได้ มีแบบเก่งจริงๆมากกว่านี้ครับ สำหรับผมก็ไม่ได้เดือดร้อนครับ แต่ผมว่ามันมีประโยนช์กับน้องๆนักศึกษาและหลายๆคน เลยออกมาคัดค้านการยุบนี้ ถ้าเราคิดแต่ว่าเราก็อยู่ได้ถ้าไม่มีมันไม่คิดแต่ตัวเองไปหน่อยหรือครับ แต่ต่างคนก็ต่างมุมครับ ยังไงทุกอย่างก็คงไม่มีสมบูรณ์แบบครับ ก็ช่วยกันสนับสนุนคงไม่หนักหนา อย่างที่สู้กันมาก็ไม่เห็นคืบหน้าไม่ใช่หรือครับ สำหรับผมเป็น graphic designer จนป่านวงการนี้ไม่เห็นไปถึงไหน เพื่อนผมที่จบมาเก่งๆก็เลิกทำกันหมดแล้ว ไม่ใช่เพราะรับสิ่งที่มันเป็นอยู่ ทั้งเงินที่น้อย ทั้งลูกค้าที่ หรือครับ มันเศร้าน่ะครับ ไม่คิดหรือว่าถ้าเราพัฒนาในวงกว้าง ลูกค้าเข้าใจงานออกแบบมากขึ้น วันนั้นคนที่เคยเก่ง พี่ๆน้องๆหลายๆคนคงไม่หันไปทำอาชีพอื่น ตอนนี้เราคงมีคนเก่งๆมากกว่านี้ ผมไปอยู่และทำงานต่างประเทศมา 10 ปี กลับมาเปิดบริษัทได้ 2 ปี บอกกันตามตรงว่าผมอยากเลิกทำเหมือนกันครับ ถ้าผมไม่เสียดายที่ได้สู้มา แล้วคนอื่นที่ไม่แข็งแรงเท่าเราละครับ จะไม่ช่วยเขาเหล่านั้นหรือ ????????
พฤศจิกายน 1, 2007 ที่ 11:30 am
ขอเชิญทุกคนน่ะครับ มาร่วมกันซักถาม
งานประชุมระดมความคิด “หลากหลายแง่มุมกับบ้านใหม่ TCDC”
กระแสข่าวการย้าย TCDC ไปที่จามจุรีสแควร์ในต้นปี 2551 นี้ เหล่าสมาชิกและผู้ที่สนใจต่างมีคำถามหลากหลายในใจ ตั้งแต่เรื่องเหตุผลที่มาของการย้าย….ทำไมต้องย้าย…สมควรย้ายจริงหรือ…ไปจนถึงการคัดเลือกสถานที่ใหม่…ใช้เกณฑ์อะไรในการประเมินตัวเลือกต่างๆ…. ทำไมจามจุรีสแควร์ถึงเป็นคำตอบ…รวมไปถึงข้อดีและข้อจำกัดต่างๆของสถานที่ใหม่…TCDC จะยังสามารถให้บริการแก่สมาชิกได้เหมือนเช่นเดิมหรือไม่…บทบาทและหน้าที่ของ TCDC จะยังเหมือนเดิม หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร…
เพื่อความกระจ่างและโปร่งใส ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมรับฟัง ถามคำถาม และแสดงความคิดเห็น ในงานประชุมระดมความคิด “หลากหลายแง่มุมกับบ้านใหม่ TCDC”
วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา 14.00 – 17.00 น. (ลงทะเบียนก่อนเวลาประชุม 30 นาที) ห้องออดิทอเรียม TCDC สำรองที่นั่งได้ที่ โทร 02-6648448
หมายเหตุ: เพื่อประโยชน์สูงสุดในการระดมความคิด ท่านสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ “การย้ายพื้นที่ TCDC” ได้ที่ http://www.tcdc.or.th ซึ่งข้อมูลจะพร้อมขึ้นเว็บไซด์ใน วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2550
พฤศจิกายน 1, 2007 ที่ 5:05 pm
งานชุมนุมความคิดที่ tcdc เลื่อนเวลาเป็น 3.30 วันศุกร์ ที่ tcdc ครับ
พฤศจิกายน 2, 2007 ที่ 4:20 am
ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำอะไรแล้วปล่อยเลยตามเลยน่ะครับ อ่านที่ผมเขียนดีดี ผมก็บอกเหมือนกันว่า มี ดีกว่า ไม่มี น่ะครับ
ประเด็นหลักของผมคือ ที่ผ่านมาระบบการออกแบบของเรา ฝากชีวิตไว้กับคนอื่นเกินไปหรือเปล่า พอเขามาช่วย เราเลยลืมตาอ้าปากได้ แต่พอเขาไม่ช่วย เราก็จะกลับไปลำบากอีก
เมืองไทยมันไม่ได้เป็นประเทศพัฒนาแล้วครับ พวกเหลือบกาฝากสังคมมันเกาะกินสังคมจนเละไปหมด เราจะไปหวังว่าจะใช้โมเดลการพัฒนาวงการเหมือนต่างประเทศคงไม่ได้ครับ (จะเห็นได้ว่าขนาดจะย้ายออกไปที่อื่น มันยังมีเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงจากนักออกแบบอีกกลุ่มและพวกพ้องเฉยเลย)
ผมเลยเพียงแค่อยากบอกว่า ไม่ว่าผลมันจะเป็นอะไรในครั้งนี้ นักออกแบบไม่ควรคิดว่า ถ้าไม่มี TCDC แล้วเราจะตายกันหมด ควรต้องคิดไปไกลกว่านั้นว่า ถ้าไม่มีแล้ว เราจะช่วยกันยังไง รวมกลุ่มกันยังไง เพื่อพัฒนาวงการวิชาชีพนี้ โดยไม่ต้องพึ่งเงินจากคนอื่น
เงินเป็นส่วนนึงครับ แต่มันก็มีปัจจัยอื่นๆด้วย แต่ที่สำคัญทุกคนควรจะยืนด้วยตัวเองให้ได้ก่อน
ด้วยความเคารพครับ
พฤศจิกายน 2, 2007 ที่ 12:45 pm
ก็จริงครับว่าในที่สุดมันก็ต้องอยู่ด้วยตัวเอง ตัวใครตัวมันอย่างที่เป็นอยู่ ผมก็คาดว่าในที่สุด tcdc ก็จะแย่ลง แล้วก็จะไม่มีในที่สุด อันนี้เดาไม่ยากครับ เพราะประเทศนี้มันเป็นแบบนี้ อย่างที่ว่าครับ เรื่องผลประโยนช์ของนักออกแบบอีกกลุ่ม มันเศร้าใช่ไหมครับ
เรื่องถ้าไม่มี tcdc แล้วจะทำอะไรกันไม่เป็น ผมว่าคงไม่หลอกครับ เพราะทุกคนก็อยู่กันมาได้ และผมว่า designer ไทยน่ะเก่ง คงเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว คงเป็นแค่เสียดาย และเบื่อมากขึ้น อยู่อย่างตัวใครตัวมันตามเดิม ผมว่ามันเป็นเรื่องของความคิดครับ มันไม่ใช่เรื่องของการใช่วิธีของประเทศที่พัฒนาแล้ว ต้องปรับความคิดกันใหม่และก็ต้องเริ่มที่พวกเรา designer เนี้ยหละครับ
การรวมตัวในกลุ่มพวกเราเองก็คงจะดีครับ ผมว่าอะไรก็ดีทั้งนั้นถ้าช่วยกัน แต่นิสัยของคนไทยก็รู้ๆกันน่ะครับ เรื่องแบ่งพักแบ่งพวก มันคงเปลี่ยนยาก เศร้าครับ
ผมก็หวังครับว่าจะมีการรวมตัวกันอย่างจริงจัง
แลกเปลี่ยนความคิดกันครับ
ธันวาคม 5, 2007 ที่ 12:43 pm
[...] Will TCDC really be disappeared? SAVE TCDC อย่ายุบ อย่าย้าย ตุลาคม 30, 2007, 4:42 pm Filed under: design | แท็ก: design รวมบทความ SAVE TCDC ค่ะ อ่านแล้วก็เศร้าใจ “ผู้(เป็น)ใหญ่ทะเลาะกัน สุดท้ายประชาชนเดือดร้อน” [...]